NYPD ไล่ล่าชายลอบทำร้ายเหยื่อในเซ็นทรัลพาร์คตอนกลางวันแสกๆ

กรมตำรวจนิวยอร์กคือการแสวงหาความช่วยเหลือประชาชนในการระบุและตำแหน่งผู้ต้องสงสัยชายที่ต้องการสำหรับการโจมตีผู้หญิงในเซ็นทรัลปาร์คในตอนกลางวันแสก ๆ

แม่บรู๊คลินเปลือยที่โยนเด็กจากการหลบหนีจากไฟไหม้ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่พยายามฆ่า

ตามภาพเหตุการณ์ที่ตำรวจออกให้ บุคคลดังกล่าวได้เข้าหาผู้หญิงวัย 40 ปีในวันศุกร์ เวลาประมาณ 10.00 น. หลังจากการต่อสู้ดิ้นรน ผู้ต้องสงสัยได้ต่อยที่หน้าของผู้ต้องสงสัย ซึ่งหลบหนีออกจากสวนด้วย iPhone ของเธอ .

โฆษกของ NYPD บอกกับ Fox News ว่าผู้ยืนดูสามารถดึง iPhone ของเหยื่อได้หลังจากเผชิญหน้ากับคนร้ายซึ่งไม่ได้ถูกจับภาพไว้ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยยังคงมีขนาดใหญ่

เหยื่อปฏิเสธการรักษาพยาบาลในที่เกิดเหตุ

ผู้ต้องสงสัยอายุราวๆ 40 ปี สูงประมาณ 5 ฟุต 5 นิ้ว น้ำหนัก 140 ถึง 150 ปอนด์ ผิวสีแทน รูปร่างผอมบาง มีหนวดเคราสีเทาอ่อน สวมเสื้อสเวตเตอร์มีฮู้ดสีม่วง

ได้รับความอนุเคราะห์จาก NYPD CrimeStoppers ( )

ขอให้ใครก็ตามที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้โทรหาสายด่วน Crime Stoppers ของ NYPD ที่ 1-800-577-TIPS (8477) หรือสำหรับภาษาสเปน 1-888-57-PISTA (74782) ประชาชนยังสามารถส่งคำแนะนำที่ไม่เปิดเผยตัวตนได้บนเว็บไซต์CrimeStoppersที่WWW.NYPDCRIMESTOPPERS.COMหรือทาง Twitter @NYPDTips ตำรวจเสนอรางวัลสูงถึง $ 3,500

เหตุการณ์ในวันศุกร์เกิดขึ้นเนื่องจากการโจรกรรมในนครนิวยอร์กซึ่งรวมถึงการก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้นเกือบ 40% ในเดือนที่ผ่านมา โดยมีการรายงานเหตุการณ์ 1,086 ครั้งในปี 2564 เทียบกับ 782 เหตุการณ์ที่รายงานในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2020 ตามข้อมูลล่าสุดของอาชญากรรม NYPD .

การลอบทำร้ายก็เพิ่มขึ้นประมาณ 18% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยในปี 2564 มีเหตุการณ์ 1,847 เหตุการณ์ เทียบกับ 1,565 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563 ในขณะที่การฆาตกรรมลดลง 34% โดยมี 31 เหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในเดือนที่ผ่านมา เทียบกับ 47 เหตุการณ์ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

RELATED POST

รมว.สาธารณสุขUKติดเชื้อโควิด แต่อาการเบาเนื่องจากฉีดวัคซีนครบแล้ว

ซาจิด จาวิด รัมนตรีสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่าตนเองมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แต่ระบุมีอาการแค่เล็กน้อย พร้อมรู้สึกขอบคุณที่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครบ2เข็มแล้ว จาวิด ซึ่งเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขได้ 3 สัปดาห์ หนุนหลังแผนของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ในการยกเลิกทุกข้อจำกัดสกัดโควิด-19 ที่เหลืออยู่นับตั้งแต่วันจันทร์(19ก.ค.) เป็นต้นไป แม้สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับเคสผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นอย่างมาก อันมีต้นตอจากการแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตา ที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก "เช้าวันนี้…

อิเหนาเบรกขาย ‘วัคซีนซิโนฟาร์ม’ หลังผู้เชี่ยวชาญเตือนสร้าง ‘ความเหลื่อมล้ำ’

บริษัทเวชภัณฑ์ของอินโดนีเซียเลื่อนแผนการจำหน่ายวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ให้แก่ประชาชนโดยตรง หลังมีข้อท้วงติงจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขว่ากลยุทธ์การตลาดเช่นนี้อาจสร้างความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซียก็มีนโยบายฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ฟรีให้แก่ประชากรทุกคนอยู่แล้ว เสียงวิพากษ์วิจารณ์มีขึ้นท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่พุ่งทุบสถิติ ซึ่งทำให้ระบบสาธารณสุขในบางพื้นที่ของเกาะชวาอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างหนัก บริษัท คีเมีย ฟาร์มา (Kimia Farma) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านยาและเวชภัณฑ์ของอินโดนีเซีย ออกมาประกาศว่าจะเลื่อนการจำหน่ายวัคซีนซิโนฟาร์มออกไปก่อน และขอเวลาเตรียมคำชี้แจงต่อประชาชน “เราขอเลื่อนการจำหน่ายวัคซีนออกไปก่อน หลังจากที่มีผู้ให้ความสนใจอย่างมาก” โนเวีย วาเลนตินา…

แหล่งข่าวสำนักพระราชวังบักกิงแฮมโต้ “ควีนเอลิซาเบธ” ไม่เคยตรัสเกี่ยวกับพระนาม “ลิลิเบ็ต”

แหล่งข่าวสำนักพระราชวังอังกฤษเปิดเผยล่าสุดว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาจักรอังกฤษไม่ได้ทรงตรัสถึงพระนามของพระธิดาในดยุกและดัสเชสแห่งซัสเซกส์ที่ได้ตั้งตามพระนามในสมัยพระเยาว์ของควีนเอลิซาเบธที่มีการเรียกขานว่า “ลิลิเบ็ต" หลังก่อนหน้าที่แหล่งข่าวใกล้ชิดเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิลได้เปิดเผยก่อนหน้ากับบีบีซีว่า เจ้าชายแฮร์รีได้ทรงเคยสนทนาร่วมกันกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก่อนการประสูติของพระธิดา ลิลิเบ็ต ‘ลิลี่’ ไดอานา เมานต์แบตเท็น-วินด์เซอร์ และพระองค์ทรงคงได้เอ่ยถึงพระนาม แต่ทว่าแหล่งข่าวสำนักพระราชวังอังกฤษล่าสุดออกมาโต้ว่า มันไม่ใช่เช่นนั้นและพระราชินีทรงไม่เคยทรงตรัสถามถึงชื่อ ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิลกับราชวงศ์อังกฤษไม่ราบรื่นและตกเป็นหน้าข่าวมาโดยตลอดนับตั้งแต่ทั้ง 2…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…