“2 สตาร์เชลซี” ประกาศอำลาทีม คาดซบ 2 สโมสรดัง

2 ดาวเตะของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ประกาศอำลาทีมอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมบรรยายความรู้สึกที่มีต่อสโมสร

เปโดร โรดริเกซ ปีกทีมชาติสเปน และ วิลเลียน ปีกทีมชาติบราซิล ออกมายืนยันถึงการย้ายออกจากทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการแล้ว หลังหมดสัญญากับทีมหลังจบศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่บุกไปแพ้ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก 1-4 สกอร์รวม 2 นัด เชลซี พ่ายไป 1-7 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

วิลเลียน กล่าวว่า “ถึงเวลาที่จะก้าวต่อไป และผมคงจะคิดถึงเพื่อนร่วมทีม ผมจะคิดถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่สโมสรที่ปฏิบัติกับผมเหมือนกับลูกชาย และผมจะคิดถึงแฟนบอล ผมจะอำลาทีมไปด้วยความภาคภูมิใจ จดจำว่าผมเคยคว้าแชมป์มากมายที่นี่และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดเมื่อสวมชุดเชลซี”

ขณะที่ เปโดร โรดริเกซ กล่าวว่า “ขอบคุณเชลซี หลังผ่านช่วงเวลา 5 ปีอันสวยงาม อาชีพค้าแข้งของผมกับเชลซีก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ขอบคุณบอร์ดบริหารของสโมสร, โค้ช และเพื่อนร่วมทีม รวมถึงแฟนบอลด้วย ผมขอขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ของพวกคุณ ผมมีความสุขมากๆ กับที่นี่ พวกคุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับอยู่ที่บ้าน ขอขอบคุณและขอให้โชคดีสำหรับอนาคตนะ สู้ๆ เชลซี”

สำหรับ เปโดร วัย 33 ปี คาดว่าเตรียมจะย้ายไปร่วมทีม “หมาป่าเหลืองแดง” โรมา ในศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ขณะที่ วิลเลียน วัย 32 ปี น่าจะย้ายไปร่วมทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล หลังมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าสามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้แล้ว ด้วยสัญญายาว 3 ปี

RELATED POST

รมว.สาธารณสุขUKติดเชื้อโควิด แต่อาการเบาเนื่องจากฉีดวัคซีนครบแล้ว

ซาจิด จาวิด รัมนตรีสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่าตนเองมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แต่ระบุมีอาการแค่เล็กน้อย พร้อมรู้สึกขอบคุณที่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครบ2เข็มแล้ว จาวิด ซึ่งเพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขได้ 3 สัปดาห์ หนุนหลังแผนของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ในการยกเลิกทุกข้อจำกัดสกัดโควิด-19 ที่เหลืออยู่นับตั้งแต่วันจันทร์(19ก.ค.) เป็นต้นไป แม้สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับเคสผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นอย่างมาก อันมีต้นตอจากการแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์เดลตา ที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก "เช้าวันนี้…

อิเหนาเบรกขาย ‘วัคซีนซิโนฟาร์ม’ หลังผู้เชี่ยวชาญเตือนสร้าง ‘ความเหลื่อมล้ำ’

บริษัทเวชภัณฑ์ของอินโดนีเซียเลื่อนแผนการจำหน่ายวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ให้แก่ประชาชนโดยตรง หลังมีข้อท้วงติงจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขว่ากลยุทธ์การตลาดเช่นนี้อาจสร้างความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซียก็มีนโยบายฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ฟรีให้แก่ประชากรทุกคนอยู่แล้ว เสียงวิพากษ์วิจารณ์มีขึ้นท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่พุ่งทุบสถิติ ซึ่งทำให้ระบบสาธารณสุขในบางพื้นที่ของเกาะชวาอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างหนัก บริษัท คีเมีย ฟาร์มา (Kimia Farma) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านยาและเวชภัณฑ์ของอินโดนีเซีย ออกมาประกาศว่าจะเลื่อนการจำหน่ายวัคซีนซิโนฟาร์มออกไปก่อน และขอเวลาเตรียมคำชี้แจงต่อประชาชน “เราขอเลื่อนการจำหน่ายวัคซีนออกไปก่อน หลังจากที่มีผู้ให้ความสนใจอย่างมาก” โนเวีย วาเลนตินา…

แหล่งข่าวสำนักพระราชวังบักกิงแฮมโต้ “ควีนเอลิซาเบธ” ไม่เคยตรัสเกี่ยวกับพระนาม “ลิลิเบ็ต”

แหล่งข่าวสำนักพระราชวังอังกฤษเปิดเผยล่าสุดว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาจักรอังกฤษไม่ได้ทรงตรัสถึงพระนามของพระธิดาในดยุกและดัสเชสแห่งซัสเซกส์ที่ได้ตั้งตามพระนามในสมัยพระเยาว์ของควีนเอลิซาเบธที่มีการเรียกขานว่า “ลิลิเบ็ต" หลังก่อนหน้าที่แหล่งข่าวใกล้ชิดเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิลได้เปิดเผยก่อนหน้ากับบีบีซีว่า เจ้าชายแฮร์รีได้ทรงเคยสนทนาร่วมกันกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก่อนการประสูติของพระธิดา ลิลิเบ็ต ‘ลิลี่’ ไดอานา เมานต์แบตเท็น-วินด์เซอร์ และพระองค์ทรงคงได้เอ่ยถึงพระนาม แต่ทว่าแหล่งข่าวสำนักพระราชวังอังกฤษล่าสุดออกมาโต้ว่า มันไม่ใช่เช่นนั้นและพระราชินีทรงไม่เคยทรงตรัสถามถึงชื่อ ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิลกับราชวงศ์อังกฤษไม่ราบรื่นและตกเป็นหน้าข่าวมาโดยตลอดนับตั้งแต่ทั้ง 2…

UN ชี้ท่องเที่ยวสูญรายได้ $2.4 ล้านล้านปี 2020 ขณะ WHO ย้ำปัญหา ปท.รวยมีวัคซีนล้นแต่ชาติยากจนขาดแคลนจะทำโลกแพ้ศึกโควิด

รายงานยูเอ็นระบุปีที่แล้วโควิด-19 เล่นงานการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสะบักสะบอมเสียหาย 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ คาดมูลค่าความสูญเสียสำหรับปีนี้น่าจะสูงพอๆ กัน และกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาดอย่างเร็วที่สุดคือปี 2023 โดยปัจจัยสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ WHO เตือนโลกกำลังล้มเหลวในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสจากความเหลื่อมล้ำในการกระจายวัคซีน รายงานที่องค์การการท่องเที่ยวโลกของสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ร่วมจัดทำกับองค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังก์ถัด) และเปิดเผยระบุว่า การที่ประเทศกำลังพัฒนาไม่มีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางจะทำให้มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจยิ่งพุ่งขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและชีวิตประชาชนนับล้านๆ และหลายประเทศพึ่งพิงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ…