รีวิวหนังเกาหลี Ashfall – นรกล้างเมือง

หนังที่ได้นักแสดงดังๆ ของเกาหลีมาไว้เพียบ แต่เหนือสิ่งอื่นใด หนังยังสนุกครบรสอย่างคาดไม่ถึง
การดำเนินเรื่องกระชับมาก เข้าจุดพีคของหนังตั้งแต่ต้นเรื่อง มีที่มาที่ไป ดูสนุกและก็ลุ้นกับเนื้อเรื่องที่ผูกปมมา ถึงแม้บางครั้งจะดูไม่สมเหตุสมผล แต่ถ้ามองข้ามได้ก็สนุกสุดๆ

ถ้าดูจากแค่ตัวอย่างนึกว่านี่คือหนังภัยพิบัติอย่างพวก The Day After Tomorrow, The Wave, 2012 อะไรทำนองนี้ แต่พอดูแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นแหะ มันคือหนังที่เอาภัยพิบัติมาเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งของหนังเท่านั้น หนังไม่ได้โฟกัสความวินาศสันตะโรของภูเขาไฟปะทุนี่เท่าไหร่ มีแค่ประมาณไม่ถึง 10% ของหนังได้ ที่เหลือจะเป็นการปฏิบัติภารกิจของพระเอกเสียมากกว่า

จริงๆ หนังเปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ภัยพิบัติออกมาได้ดีเลยนะ แต่ CG ช่วงต้นดูลอยๆ ชอบกล ก็มีจุดที่ดูดีบ้าง แต่หลายจุดก็ไม่ ดูแบบมีครบวัตถุดิบที่หนังแนวนี้ควรจะมี ทั้งการเอาตัวรอด แบ่งเล่าเรื่องหลายๆ ส่วน แต่หนังดั๊นไปโฟกัสและให้ความสำคัญผิดจุดจริงๆ

หนังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติภารกิจของกลุ่มพระเอก แอ็คชั่นเอยอะไรเอยมากเกินไป จนหลายๆ ครั้งเราลืมไปเลยว่านี่มันเกิดภัยพิบัติอยู่ คือไอ้กลุ่มพระเอกเนี่ยมันต้องทำภารกิจบางอย่างแข่งกับเวลาเพื่อช่วยกอบกู้ประเทศชาติอะไรทำนองนี้ แต่ระหว่างทางที่ทำภารกิจเราไม่ได้รับรู้หรือสัมผัสกับอันตรายของภัยพิบัตินั้นเท่าไหร่เลย ไม่ว่าจะการเกิดหรือผลกระทบต่างๆ ก็ตาม คือก็มีบ้างแหละ แต่น้อยแบบน้อยมากจริงๆ เสียดายที่หนังอุตส่าแบ่งเรื่องราวออกเป็นหลายส่วนให้เล่าแล้วแท้ๆ แต่หนังดันเลือกเล่าในมุมนั้น มันสามารถเล่าให้มันวินาศสันตะโรกว่านี้ได้อะ แต่หนังอยากจะเล่าภารกิจแบบนั้นอะ ตลอดทั้งเรื่องเลยกลายเป็นความรู้สึกที่น่าเสียดายแทน ระหว่างทางมันยังขาดฉากแบบหึ้ย ตื่นเต้น ลุ้นตัวเกร็งไรงี้ด้วย คือถ้ามันจะเน้นหนักภารกิจมันก็ได้แหละ แต่ความรู้สึกส่วนตัวคือภูเขาไฟปะทุ มันดูรุนแรงตอนต้นเรื่อง ถ้าหยิบความรุนแรงและผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านั้นใส่ๆ มาให้เหล่าตัวละครเอกได้เผชิญระหว่างภารกิจมาเรื่อยๆ นะ มันจะดีกว่านี้มาก

หนังยังมีฉากที่ดูแล้วแบบจั้มหลายฉากมาก มีฉากนึงที่แบบเห็นได้ชัดเลยเกี่ยวกับตัวนางเอก คือตอนแรกเจออันนี้ จนไปนี้ แล้วมาโผล่นี่ เอ๊า อะไรวะ มันไปไงมาไงของมัน ที่สำคัญเรายังไม่รู้สึกอยากเอาใจช่วยตัวละครพวกนั้นเลยจริงๆ จุดคอนฟลิกหรือความดราม่าในเรื่องนี้อ่อนมากกับทุกตัวละครเลย มันไม่สามารถทำให้อินได้จริงๆ บทจะคลี่คลาย แก้ปัญหาก็ลงเอยง่ายเหลือเกิน

ถือว่าเรื่องนี้เอาดารามาเรียกแขกก็ว่าได้ ทว่าดันน่าเสียดายมากที่แต่ละคนไม่ได้มีฉากให้โชว์ของหรือแสดงความสามารถสักเท่าไหร่ เอาจริงๆ พวกเขาก็รับผิดชอบและแสดงหน้าที่ตัวเองได้ดีนะ ก็มีแค่ ฮา จองอู (ที่เคยเล่นเป็นหัวหน้ายมทูต Along With the Gods) กับ อี บยองฮอน (สตอร์ม ชาโดว์จาก G.I. Joe) เท่านั้นแหละที่เด่นๆ แต่ก็ไม่ได้มีฉากให้น่าจดจำอะไร ที่เหลือกลายเป็นตัวประกอบไปเลย มา ดงซอก (จาก Train to Busan) ก็ไม่ได้ทำอะไรมากเลย โดยเฉพาะ เบ ซูจี เอาชื่อมาขายชัดๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเธอกับฉากภัยพิบัติอะไรออกมาเยอะกว่ากัน

RELATED POST

Blockchain ยังคงอนาคตไกลอยู่หรือไม่? กับสิ่งที่กำลังบอกคุณอยู่

Blockchain ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้า ของทางด้านเทคโนโลยีในโลก เลยก็ว่าได้ที่มีการพัฒนาอย่าง รวดเร็ว และเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวัน ของคนเรามากขึ้นเรื่อยๆซึ่งถือเป็นอิทธิพลใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมากกับการเริ่มต้นและการพัฒนาผ่านสกุลเงิน อย่าง bitcoin ที่คาดว่ายังคงไปได้ไกลมากกว่าเดิม อย่างแน่นอนและเรามาดูกันดีกว่าว่าเหตุผลประการใด จึงสามารถที่จะไปได้ไกลและควรค่า แก่การจับตามองเป็นอย่างยิ่ง 1.มีความปลอดภัย ตรวจสอบได้ สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน เลยก็คือ Blockchain…

ดูหนังใหม่ Rurouni Kenshin The Beginning ปฐมบทกำเนิด มือพิฆาตบัตโตไซ ที่ส่งท้ายตำนาน

หนังใหม่ Rurouni Kenshin The Beginning เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่มีการย้อนอดีต เรื่องราวของเคนชินในสมัยที่ยังคง เป็นมือพิฆาตบัตโตไซอยู่และมีการบอกเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับดราม่าความรักและโศกนาฏกรรมที่เรียกได้ว่า มีการปูทางมาตั้งแต่ภาคแรกในปี 2012 จนมาส่งท้ายในภาคนี้ ที่ค่อนข้างสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ชมไม่น้อย รวมไปถึงเป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่ค่อนข้างมีเรื่องราวที่น่าสนใจได้ดี และยังคงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สานต่อความสุดยอด ขององค์ประกอบโดยรวมที่ดีที่สุด ยังคงเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้าง สานต่อถึงความจำเป็นและความน่าจะเป็น ในส่วนผสมที่หลากหลายที่ทำให้คุณสนุก…

หนัง Things Heard & Seen แว่วเสียงวิญญาณหลอน

ถูกดัดแปลงมาจากวรรณกรรมระทึกขวัญชื่อ All Things Cease to Appear ผลงานการเขียนของเอลิซาเบธ บรันเอจ กำกับและเขียนบทภาพยนตร์โดย เชอรี่ สปริงเกอร์ เบอร์แมน และโรเบิร์ต พูชินี่ บอกเล่าเรื่องราวของคู่รักนักศิลปะอย่างแคทเธอรีน (อแมนด้า ไซย์ฟรีด) และจอร์จ (เจมส์ นอร์ตัน)…

‘เลิฟ แอนด์ มอนสเตอร์’ ‘Love and Monsters’

ผลงานจากผู้กำกับอย่าง Michael Matthews ที่เคยกำกับ ‘Five Fingers for Marseilles’ ที่เป็นหนังระทึกขวัญย้อนยุคมาก่อน และเคยเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับของหนังสั้นอีกสองเรื่อง แน่นอนว่าชื่ชั้นของเขาคงไม่สูงส่งมากมายนัก แต่ครั้งนี้ เขาได้งานที่ต้องเล่นกับเอฟเฟกต์ มีความแฟนตาซีผจญภัย แถมยังได้ทำงานกับนักแสดงที่ผ่านหนังใหญ่มาพอสมควร เมื่อโลกเผชิญเหตุดาวเคราะห์น้อยนาม อากาธา 616 ที่เตรียมโหม่งชนโลก มนุษย์จึงร่วมมือกันระดมยิงทุกอย่างเข้าใส่หมายทำลายให้แหลกเป็นจุล…