ดูซีรีย์เกาหลี : One Spring Night

จุดเริ่มต้นก่อนจะรีวิวซีรีส์เรื่องนี้มาพร้อมกับคำถามที่ว่า ความรักที่เกิดบนคาบเกี่ยวระหว่างความสัมพันธ์ในปัจจุบันที่ไม่แน่ใจว่ากำลังจะจบหรือไม่ กับ ความสัมพันธ์ใหม่ที่เกิดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวที่เธอและเขาควรจะไปต่อหรือหยุดอยู่แค่ตรงนี้ดี ? การนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประเด็นถกกันในสังคมที่พยายามตัดสินว่านี่เป็นการนอกใจซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด หรือเป็นการที่คนสองคนรักกันด้วยใจบริสุทธิ์ เพียงแค่เกิดในเวลาที่อาจจะไม่เหมาะสมในสายตาคนอื่น … ตัวคนสองคนเองหรือสังคมรอบข้าง ใครกันที่ตัดสินความรักครั้งนี้

นักแสดง: ฮันจีมิน (Han Ji-min) (นักแสดงนำจาก Yi San, Familiar Wife และ The Light in Your Eyes), จองแฮอิน (Jung Hae-in) และ Kim Jun-han

ดูซีรี่ย์เกาหลี One Spring Night  ซีรีส์เรื่องนี้เปิดตัวด้วยเรตติ้ง 3.9% และ จบลงด้วยเรตติ้งสูงถึง 9.5% ซึ่งเป็นตัวเลขเรตติ้งที่สูงที่สุดในบรรดาซีรีส์ที่ออกอากาศในช่วงเวลาเดียวกัน ว่าด้วยเรื่องราวความรักสามเส้า เริ่มต้นจาก อีจองอิน (รับบทโดย ฮันจีมิน) บรรณารักษ์สาวประจำห้องสมุดที่มีแฟนหนุ่มที่คบกันมายาวนานเป็นผู้จัดการธนาคารซึ่งมีฐานะและการงานที่มั่นคงอย่าง ควอนกีซอก (รับบทโดย คิมจุนฮัน) ทั้งคู่เป็นที่คาดหวังจากทุกคนว่าต้องลงเอยที่การแต่งงานแน่นอน แต่ความสัมพันธ์อันยาวนานที่ดูเหมือนจะมั่นคงแบบเส้นขนานมันก็ไม่ค่อยหวือหวาเอาเสียเลย จนกระทั่งวันหนึ่งความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อจองอินได้พบกับ ยูจีโฮ (รับบทโดย จองแฮอิน) เภสัชกรหนุ่มหล่อประจำร้านขายยาใกล้ห้องพักของเพื่อนสนิทจองอิน พวกเขาต่างตกหลุมรักกันในเวลาเพียงไม่นานและทำให้จองอินตัดสินใจอยากที่จะเลิกรากับกีซอก แต่ชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก

สิ่งที่ตามมาหลังจากที่ จองอิน ต้องการยุติความสัมพันธ์กับ กีซอก ก็คือ แน่นอนกีซอกไม่ยอมเลิกอย่างเด็ดขาดเพราะยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้กับความรู้สึกที่ว่าตนเองดีกว่ายูจีโฮในทุกด้านและยังรักจองอินอยู่เต็มหัวใจ นอกจากนั้นพ่อของจองอินก็ไม่พอใจที่เธอต้องการเลิกเพราะหน้าที่การงานของพ่อของเธอขึ้นอยู่กับพ่อของกีซอกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยูจีโฮ พ่อหนุ่มผู้แสนดีแต่เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีลูกชายหนึ่งคนซึ่งเคยมีภรรยาและเธอหนีไปในเวลาต่อมา สังคมที่อาจจะตัดสินว่าความรักครั้งนี้มันไม่ถูกต้อง หรืออาจจะตัดสินว่าการมีความสัมพันธ์กับคุณพ่อลูกติดมันไม่โอเครึเปล่า แล้วความรักครั้งนี้ของจองอินจะลงเอยที่กลับไปในรักที่มั่นคงแต่ไม่หวือหวาอีกต่อไป หรือ ก้าวไปหาความรักครั้งใหม่ที่ทำให้หัวใจเธอฟูฟ่องได้อีกครั้งแต่ต้องเอาชนะอุปสรรคมากมายที่เกิดขึ้น …

หากต้องเปรียบเทียบผลงานซีรีส์เรื่องก่อนหน้านี้ “Something in the Rain” (JTBC,2018) กับเรื่องนี้ซึ่งถือเป็นผลงานล่าสุดของ ผู้กำกับอันพันซอก คุณผู้กำกับได้นำเอาโทนสี, มุมกล้องถ่ายภาพ, การบอกเล่าเรื่องราวและกลิ่นอายความคลาสสิคยกมาในใช้ในเรื่องนี้อีกครั้งจนกลายเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลงานจากผู้กำกับท่านนี้ได้อย่างชัดเจน การนำเสนอด้วยโทนสีและภาพที่ให้อารมณ์สไตล์คลาสสิคแบบวินเทจ กับการดำเนินเรื่องราวและติดตามตัวละครในแบบค่อยเป็นค่อยไปเปรียบได้กับการเดินในสวนสาธารณะเพื่อพักผ่อนแต่ระหว่างเดินนั้นกลับเก็บทุกประเด็นระหว่างเส้นทางได้ครบถ้วนทุกช่วงทุกตอน แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ได้คะแนนมากกว่าจากความเห็นส่วนตัวคือการดำเนินเรื่องราวที่มีประเด็นชี้ชวนให้ติดตามและเข้มข้นมากกว่าในเรื่องที่แล้วอยู่เยอะพอสมควร ก่อนหน้าที่จะเปิดชมเรื่องนี้ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเพราะคิดว่าคงมีช่วงดำเนินเรื่องช้าอยู่เยอะพอสมควร (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ไม่ควรตัดสินอะไรเองก่อนที่จะได้ดูนะคะ 555) แต่พอได้รับรู้เรื่องราวของความรักในเรื่องนี้แล้ว มีการวางหมากและดำเนินไปได้อย่างน่าติดตามและชวนให้ค้นหาต่อไปเรื่อยๆว่าคู่นี้จะลงเอยกันอย่างไร ถือว่าทำได้ดีเกินคาดเลยค่ะ !

สิ่งที่ชอบในซีรีส์เรื่องนี้โดยส่วนตัวคือการนำเอาเรื่องราวในชีวิตมนุษย์ที่ไม่ได้มีพลอตที่น่าแปลกใจอะไรมากมายแต่มันคือเรื่องราวปกติในชีวิตแล้วนำมาถ่ายทอดให้โดนใจในแบบสไตล์ของผู้กำกับท่านนี้ การบอกใบ้ถึงเรื่องราวต่างๆโดยไม่ต้องมีบทพูดโดยละเอียดแต่ใช้การแสดงสื่อสารออกมา ทั้งในประเด็นการแต่งงานเพื่อธุรกิจและหน้าตาทางสังคม, ประเด็นการมีความสัมพันธ์กับคนที่มีลูกมาก่อนแล้ว หรือจะประเด็นที่มีความรักทั้งๆที่ยังไม่ได้เลิกรากับแฟนกับเส้นบางๆของคำว่านอกใจ รวมถึงการสะท้อนภาพความเชื่อของครอบครัวเกาหลีใต้ที่ยังคงมีอยู่ในสังคมปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้หลายคนตัดสินแล้วมันไม่ถูกต้องแต่บางอย่างถ้าไม่ได้ประสบเอง อย่าเพิ่งไปตัดสินใครโดยไม่รู้ข้อมูลที่แน่ชัดน่าจะดีที่สุด

อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบจากในซีรีส์คือความรักและความสัมพันธ์อันแนบแน่นของสามสาวพี่น้องและแม่ของ อีจองอิน ขอเรียกว่าทีมผู้หญิงของครอบครัวจองอินเพื่อต่อสู้กับพ่อที่พยายามควบคุมทุกคน ด้วยความที่เรื่องราวไม่ได้ใส่ความดราม่าหนักหนามากเกินไป แถมยังมีความสัมพันธ์อันแสนดีของทีมผู้หญิงทีมนี้อีกมาทำให้รู้สึกว่าสาวๆไม่เดียวดาย ซึ่งนอกจากจะมีเรื่องจองอินที่เลิกรากับกีซอกแล้ว ยังมีเรื่องพี่สาวคนโตสุดที่โดนสามีทำร้ายและจะฟ้องหย่าแต่ต่อมาได้รู้ว่าตั้งครรภ์เธอเกือบตัดสินใจทำแท้ง ถึงแม้ทุกคนในครอบครัวจะเสียใจกับเหตุการณ์ต่างๆ แต่ทีมนี้ต่างสู้กับพ่อหัวชนฝาเพื่อให้แต่ละคนได้มีความสุขในทางที่บางคนอาจจะคิดว่าผิดแต่ทีมนี้ยินดีทำเพื่อให้ครอบครัวของเรามีความสุข นอกจาก… ปัญหาไม่ว่าจะใหญ่โตแค่ไหน ถ้าครอบครัวคอยสนับสนุนและให้กำลังใจ ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว เพราะแต่ละคนตีความหมายความสุขของชีวิตต่างกัน เราสุขเรื่องนี้อีกคนอาจจะสุขอีกแบบก็ได้ค่ะ

RELATED POST

หนัง Things Heard & Seen แว่วเสียงวิญญาณหลอน

ถูกดัดแปลงมาจากวรรณกรรมระทึกขวัญชื่อ All Things Cease to Appear ผลงานการเขียนของเอลิซาเบธ บรันเอจ กำกับและเขียนบทภาพยนตร์โดย เชอรี่ สปริงเกอร์ เบอร์แมน และโรเบิร์ต พูชินี่ บอกเล่าเรื่องราวของคู่รักนักศิลปะอย่างแคทเธอรีน (อแมนด้า ไซย์ฟรีด) และจอร์จ (เจมส์ นอร์ตัน)…

‘เลิฟ แอนด์ มอนสเตอร์’ ‘Love and Monsters’

ผลงานจากผู้กำกับอย่าง Michael Matthews ที่เคยกำกับ ‘Five Fingers for Marseilles’ ที่เป็นหนังระทึกขวัญย้อนยุคมาก่อน และเคยเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับของหนังสั้นอีกสองเรื่อง แน่นอนว่าชื่ชั้นของเขาคงไม่สูงส่งมากมายนัก แต่ครั้งนี้ เขาได้งานที่ต้องเล่นกับเอฟเฟกต์ มีความแฟนตาซีผจญภัย แถมยังได้ทำงานกับนักแสดงที่ผ่านหนังใหญ่มาพอสมควร เมื่อโลกเผชิญเหตุดาวเคราะห์น้อยนาม อากาธา 616 ที่เตรียมโหม่งชนโลก มนุษย์จึงร่วมมือกันระดมยิงทุกอย่างเข้าใส่หมายทำลายให้แหลกเป็นจุล…

หนัง The Legend of Dugu (ตำนานสกุลตู๋กู)

นำเสนอเรื่องราวในยุคราชวงศ์เหนือใต้ ซึ่งเป็นยุคแห่งความขัดแย้ง สงครามกลางเมือง และเป็นยุคที่มีการผลัดแผ่นดินบ่อยครั้ง เนื้อหากล่าวถึงสกุลตู๋กูซึ่งถูกใต้หล้าจับตามองเพราะคำทำนายที่ว่า “ตู๋กูเทียนเซี่ย” (ใต้หล้าของตู๋กู) คำทำนายดังกล่าวทำให้แม่ทัพใหญ่อย่าง “ตู๋กูซิ่น” รู้สึกลำบากใจ แต่ลูกสาวสองคนของเขาต่างหวังว่าตนคือคนที่จะทำให้คำทำนายเป็นจริง “ตำนานสกุลตู๋กู (The Legend of Dugu)” เรื่องราวของตำนานการก่อเกิดราชวงศ์ถังอันเกรียงไกร ตามคำทำนายที่ว่า “ดาวกษัตริย์มิแน่นอน ตู๋กูครองแผ่นดิน”…

มาริลีน แมนสัน เตรียมมอบตัวตามหมายจับข้อหาทำร้ายร่างกาย

มาริลีน แมนสัน ตกลงที่จะมอบตัวในหมายจับสำหรับเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหาในคอนเสิร์ตปี 2019 ซึ่งผู้ก่อเหตุยิง "น้ำมูก" ที่ตากล้อง หัวหน้ากรมตำรวจกิลฟอร์ดกล่าว ในเดือนพฤษภาคม มีการเปิดเผยว่าใบสำคัญแสดงสิทธิสำหรับ Manson ซึ่งมีชื่อจริงคือ Brian Hugh Warner ออกในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ หลังจากที่นักดนตรีถูกกล่าวหาว่าล้มเหลวในการตอบข้อกล่าวหาที่ค้างอยู่สำหรับเหตุการณ์ในปี 2019 ที่เกี่ยวข้องกับช่างถ่ายวิดีโอ มันถูกออกในข้อหาสองข้อหาทำร้ายร่างกายระดับ…